"คุณๆ ท่านๆ ทราบกันไหมว่ายางรถยนต์สำคัญแค่ไหน"
"ถ้าช่างจัดยางขนาดไม่เท่ากันยัดให้รถท่าน ท่านจะได้รู้ไหม?"
"แล้วถ้าขนาดไม่เท่ากันนิดๆหน่อยคงไม่ผลหรอกเนอ!ะ"
"แล้วไอ้ตัวอักษรบนยางมันมีไว้ทำไมล่ะ"
"สุดท้ายยางเส้นนั้นเหมาะกับรถของท่านจริงหรือ?"
เป็นที่รู้ๆกันดีว่ารถยนต์ทุกคันต้องมียางรถ รึถ้ารถท่านไม่มีผมก็ขอภัยมาน่ะที่นี้และเชิญไปอ่านบล็อกอื่นได้เลย... แล้วถ้ารถทุกคันต้องมียางผู้ใช้รถจึงต้องมีความรู้เกี่ยวกับมันไว้บ้างไม่มากก็น้อย เพราะถ้าไม่รู้ท่านก็อาจใช้รถของท่านได้อย่างมีประสิทธฺภาพไม่เต็มที่ หรืิอมันอาจพาท่านไปพ้นหายนะอื่นที่หนักเบาก็แล้วแต่บุญกรรมของท่านๆ Blogนี้จะช่วยให้ท่านเข้าใจยางรถของท่านได้มากขึ้นในระดับหนึ่ง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้
เริ่มแรกเราคงต้องรู้ถึงหน้าที่บอกยางรถก่อน
หน้าที่หลัก 4 ประการของยางรถยนต์
1. รับน้ำหนักรถยนต์และน้ำหนักบรรทุก
2. ลดแรงกระแทกและสั่นสะเทือนจากพื้นถนน
3. เป็นตัวกลางถ่ายทอดพลังงานขับเคลื่อน และการหยุดรถลงสู่พื้นผิวถนน
4. ทำให้รถเปลี่ยนทิศทางได้ตามความประสงค์
ตัวอักษรบนยางรถยนต์
หลายท่าน คงอยากทราบถึง ความหมายของ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร ที่อยู่บน ยาง นั้น มีความหมายอย่างไร ? แล้วจะมีผลต่อการนำไปใช้งานกับรถของเรา อย่างไร ?
หลายท่าน คงอยากทราบถึง ความหมายของ ตัวเลข หรือ ตัวอักษร ที่อยู่บน ยาง นั้น มีความหมายอย่างไร ? แล้วจะมีผลต่อการนำไปใช้งานกับรถของเรา อย่างไร ?
สัญลักลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็น ตัวเลข หรือ ตัวอักษร ที่แสดงอยู่ตรงด้านข้างของยาง ( Side Wall ) ล้วนมีความหมายด้วยกันทั้งนั้น ลองดูรายละเอียดได้ตามข้อมูลนี้
รหัสหรือตัวอักษร ที่อยู่บนยาง
-จากข้อมูลที่ได้ศึกษามาผู้เขียนและทีมงานจึงอยากรู้ง่าผู้ใช้รถใน ม.นเรศวร มีความรู้เรื่องนี้หรือไม่จึงได้ไปสำรวจมา
-ทางทีมสำรวจขอตั้งสมมุติฐานว่าคนไม่รู้กันหรอก
-ทางทีมสำรวจขอตั้งสมมุติฐานว่าคนไม่รู้กันหรอก
ผลที่ได้จากการสำรวจจากกการสุ่มตัวอย่างผู้ขับขี่รถยนต์ในเขตม.นเรศวร จำนวน 50 คน
-จากผลการสำรวจเป็นที่แน่ชัดล่ะว่า คนใช้รถยนต์ใน. ม.นเรศวรมีโอกาสโดนร้านยางโกงแน่นอน - -* เพราะขนาดยางที่ไม่เท่ากันจะทำให้สามารถในการขับเคลื่อนลดลง ตัวยางจะเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และเป็นผลให้รถกินน้ำมันมากขึ้น
-ดังนั้นสมมุติฐานที่ว่าคนส่วนใหญ๋ไม่ทราบถึงข้อมูลนี้จึงสามารถใช้ได้กับที่นี่
บทสัมภาษณ์ผู้ขับรถยนต์
การดูวันเดือนปีที่ผลิตยาง
ยางรถยนต์โดยส่วนใหญ่จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 3-5 ปี จากทีผลิต ดังนั้นผู้ใช้รถควรที่จะดูวันที่ผลิตยางนั้นๆให้เป็น
ตัวอย่างโค้ดยางยี่ห้อต่างๆ
MICHELIN
DOT OC P8 CPX X 269
DOT OC FH BX8 X 1200
DOT OC35 X 1401
หมายความว่า 26 12 และ 14 คือสัปดาห์ของปีที่ผลิต
ส่วน 9 00 และ 01 คือ ปี ค.ศ.ที่ผลิต
MICHELIN
DOT OC P8 CPX X 269
DOT OC FH BX8 X 1200
DOT OC35 X 1401
หมายความว่า 26 12 และ 14 คือสัปดาห์ของปีที่ผลิต
ส่วน 9 00 และ 01 คือ ปี ค.ศ.ที่ผลิต
GOODYEAR
D5L NYND 2J02 429
D2L NYJ9 2LD2 2900
C5R NYJ9 2L2D 2001
42 29 และ 20 คือ สัปดาห์ของปีที่ผลิต
9 00 และ 01 คือ ปี ค.ศ.ที่ผลิต
D5L NYND 2J02 429
D2L NYJ9 2LD2 2900
C5R NYJ9 2L2D 2001
42 29 และ 20 คือ สัปดาห์ของปีที่ผลิต
9 00 และ 01 คือ ปี ค.ศ.ที่ผลิต
BRIDGESTONE
ผลิตในไทย JAD 259
JCK 4000
JFL 1501
ผลิตในญี่ปุ่น CHA 439
CHA 2800
CHA 1601
25 40 15 43 28 และ 16 คือสัปดาห์ของปีที่ผลิต
9 00 01 9 00 และ 01 คือ ปี ค.ศ.ที่ผลิต
ผลิตในไทย JAD 259
JCK 4000
JFL 1501
ผลิตในญี่ปุ่น CHA 439
CHA 2800
CHA 1601
25 40 15 43 28 และ 16 คือสัปดาห์ของปีที่ผลิต
9 00 01 9 00 และ 01 คือ ปี ค.ศ.ที่ผลิต
-จากการดูวันที่ผลิตยางจึงได้มีการสำรวจอายุยางรถยนต์ในเขต ม. นเรศวรขึ้น
-เพื่อวัดสมมุติฐานที่ว่าเราต้องเปลี่ยนยางตามอายุหรือไม่
ผลที่ได้จากการสำรวจจากกการสุ่มตัวอย่างรถยนต์ในเขตม.นเรศวร จำนวน 50 คัน
ผู้จัดทำ
ผลที่ได้จากการสำรวจจากกการสุ่มตัวอย่างรถยนต์ในเขตม.นเรศวร จำนวน 50 คัน
-จากผลการสำรวจที่ได้ยางที่ใช้สว่นใหญ่จะมีอายุในช่วง 1-3 ปี เป็นส่วนใหญ่ แต่นั้นก็สรุปไม่ได้ว่ายางรถคันนัั้นๆ จะเสื่อมเมื่ออายุ 3 ปี เพราะยังมีปัจจัยอีกหลายๆในการพิจารณาว่าเราควรเปลี่ยนยางเมื่อใด
เพราะยางรถ 3 ปีจากการทดลองบางเส้นที่มีการใช้งานน้อย ก็มีสภาพดีกว่ายางรถ 1 ปีบางเส้นที่ที่ผ่านจากใช้งานอย่างหนักมา
บทสัมภาษณ์ร้านยาง
การสลับยางและการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
การสลับยางนั้นจุดประสงค์เพื่อต้องการให้ยางทุกเส้นมีการสึกของดอกยางเท่ากันสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งล้อหน้าจะเกิดจากความดันยางแล้ว สภาพของศูนย์ล้อที่ไม่ถูกต้องก็เป็นปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ยางผิดปกติ และมีอายุการใช้งานสั้นลง การตั้งศูนย์และถ่วงล้อ นอกจากจะเป็นการเพิ่มอายุการใช้งานแล้ว ยังช่วยลดการสึกหรอผิดปกติลดปัญหาการสั่นเต้น หรืออาการดึงที่พวงมาลัยลงได้อีกด้วย
• เพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานได้นาน ควรสลับยางทุกๆ 10,000 ก.ม. โดยปกติควรตรวจสอบศูนย์ล้อ ทุกๆ 4 - 6 เดือน หรือทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ หรือในกรณีที่สังเกตเห็นยาง เริ่มสึกหรอผิดปกติ
• ก่อนทำการถ่วงล้อ สิ่งสำคัญคือ ต้องแน่ใจว่าล้อและยางหมุนคล่องไม่แกว่งและกลมจริง เพราะถ้าหากยางอยู่ในสภาพไม่ดี จะแก้ไขเช่นไร ก็คงจะให้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ได้ยาก
• การถ่วงล้อหลังก็มีความสำคัญเท่ากับการถ่วงล้อหน้า ดังนั้นตะเป็นการดีที่สุดถ้าหากทำการถ่วงล้อหรือสมดุลล้อทั้ง 4 ล้อในคราวเดียวกัน
• เพื่อให้ยางมีอายุการใช้งานได้นาน ควรสลับยางทุกๆ 10,000 ก.ม. โดยปกติควรตรวจสอบศูนย์ล้อ ทุกๆ 4 - 6 เดือน หรือทุกครั้งที่เปลี่ยนยางใหม่ หรือในกรณีที่สังเกตเห็นยาง เริ่มสึกหรอผิดปกติ
• ก่อนทำการถ่วงล้อ สิ่งสำคัญคือ ต้องแน่ใจว่าล้อและยางหมุนคล่องไม่แกว่งและกลมจริง เพราะถ้าหากยางอยู่ในสภาพไม่ดี จะแก้ไขเช่นไร ก็คงจะให้ประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ได้ยาก
• การถ่วงล้อหลังก็มีความสำคัญเท่ากับการถ่วงล้อหน้า ดังนั้นตะเป็นการดีที่สุดถ้าหากทำการถ่วงล้อหรือสมดุลล้อทั้ง 4 ล้อในคราวเดียวกัน
ผู้จัดทำ
1.นายพัชร์ พันธ์ศิริ 51362664
2.นายเมธาวัฒน์ อุยยะพัฒน์ 51362749
3.นายเกษม เลิศพรทิพย์ 51365252
4.นายอิสราพงษ์ คุ้มเลิศ 51362855
5.นายอิสราภรณ์ ภู่พุ่ม 51363227









